ทต.เชียงม่วน ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชูโมเดล “Best Practice” การบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน

ทต.เชียงม่วน ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชูโมเดล “Best Practice” การบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 – ณ เทศบาลตำบลเชียงม่วน นายสุเมธี คำลือ นายกเทศมนตรีตำบลเชียงม่วน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และสมาชิกสภาเทศบาล ร่วมให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ด้านการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่

การศึกษาดูงานในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “การพัฒนา นวัตกรรมระบบกลไกการจัดการน้ำเชิงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาภัยพิบัติด้านน้ำและสร้างผลิตภาพของการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่จังหวัดน่าน” โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.วินัย แก้วละมุล เป็นหัวหน้าโครงการ

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายในการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำของจังหวัดน่าน ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้พิจารณาเลือก เทศบาลตำบลเชียงม่วน เป็นพื้นที่ต้นแบบ (Model) เนื่องจากความโดดเด่นในด้าน:

การบริหารจัดการน้ำบนฐานข้อมูล: มีการจัดเก็บและใช้ข้อมูลจริงในการวางแผน

กลไกความร่วมมือที่เข้มแข็ง: การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนอย่างเห็นผลเป็นรูปธรรม

นวัตกรรมท้องถิ่น: การจัดการน้ำผ่านระบบ “ฝายแกนดินซีเมนต์”

คณะศึกษาดูงานได้เข้าศึกษาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในประเด็นสำคัญ เพื่อนำไปขยายผลไปยังพื้นที่เป้าหมายอื่น ๆ ดังนี้:

การบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่: กระบวนการจัดสรรทรัพยากรน้ำให้ทั่วถึงและเป็นธรรม

นวัตกรรมฝายแกนดินซีเมนต์: ศึกษาเทคนิคการก่อสร้างและการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ

การสร้างรายได้จากฐานทุนทรัพยากรน้ำ: การส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมและอาชีพต่อเนื่องเพื่อสร้างรายที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชน

ในโอกาสนี้ นายสุเมธี คำลือ นายกเทศมนตรีฯ ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี มอบหนังสือสำคัญการจดทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำเพื่อการเกษตรลำน้ำปี้ ทั้ง 8 แห่ง ให้แก่ตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่ เพื่อรับรองสถานะและสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนอย่างเป็นระบบ

“เทศบาลตำบลเชียงม่วนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ เพื่อเป็นแสงสว่างในการแก้ปัญหาเรื่องน้ำให้แก่พื้นที่อื่น ๆ โดยมุ่งเน้นให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้บนพื้นฐานของทรัพยากรที่มีอยู่”